...บ่อยครั้งที่ชาวอังกฤษจะไม่เข้าใจความขัดแย้งกัน ระหว่างคำพูดและการปฏิบัติของชาวอินเดียที่มีการศึกษา  แต่ดูเหมือนพวกเขา(ชาวอินเดีย)จะไม่รู้สึกรู้สากับความไม่สอดคล้องกันนี้ ซึ่งสำหรับชาวอังกฤษแล้วถือเป็นความอัปยศทีเดียว ... พวกเขา(ชาวอินเดีย)กระตือรือร้นที่จะยอมรับแบบอย่างในเรื่องเกี่ยวกับความรู้และสติปัญญาของตะวันตก แต่ยังคงดำรงชีวิตตามแบบอย่างเดิมๆไม่เปลี่ยนแปลง ...

(รามานุจัน อัจฉริยะไม่รู้จบ : 181-182)

ข้อความในวงเล็บพิมพ์ขึ้นโดยผู้เขียนบทความ

 

            ข้อความที่คัดจากหนังสือเรื่อง รามานุจัน อัจฉริยะไม่รู้จบนี้ พอจะกระตุ้นความคิดอะไรได้บ้างเลยขอนำมาบันทึกไว้

            แล้วไทยล่ะ?นี่ความคิดแรกที่ผุดขึ้นมาในสมองหลังจากอ่านข้อความนี้จบลง

            เป็นธรรมดาที่คนเราจะนำประสบการณ์หรือภาวะแวดล้อมของตนหรือที่ตนได้รับก่อนหน้า ไปเทียบเคียงกับสิ่งที่พบเผชิญ

            กระตือรือร้นที่จะยอมรับแบบอย่างในเรื่องเกี่ยวกับความรู้และสติปัญญาของตะวันตก แต่ยังคงดำรงชีวิตตามแบบอย่างเดิมๆไม่เปลี่ยนแปลง อย่างนั้นหรือ ? น้ำเสียงในข้อความที่คัดมาดูจะมีทัศนคติที่ตำหนิอยู่ในที

            ครั้นจะมากุ มากล่าวอ้างว่าคนไทยก็เหมือนคนอินเดียเนอะ ที่รับตะวันตกแต่ก็ไม่ยอมเปลี่ยนแปลงตัวเอง ก็คงพูดไม่ได้ ไม่ใช่เพราะไม่มีหลักฐาน แต่เพราะขี้เกียจหาหลักฐานมายืนยัน

            ประเด็นมันไม่ได้อยู่ที่ว่า คนไทยกับคนอินเดียมีนิสัยนี้เหมือนกันหรือไม่

            ประเด็นมันอยู่ที่ว่า ไอ้นิสัยที่ว่านี้มันมีแล้วจะทำไมหรือ? มันไม่ดีหรือห้ามเกิดขึ้นงั้นหรือ?

            ชาติพันธุ์หนึ่งๆที่จะกระตือรือร้นที่จะรับวิทยาการเพื่อสิ่งที่(คิดว่า)ดีกว่าจากชาติพันธุ์อื่น ขณะเดียวกันก็คงความเป็นตัวตนของตนเองเอาไว้ การกระทำแบบนี้มันน่าตำหนิหรืออย่างไร?

             หากมองให้ดีการที่คนอินเดียมีนิสัยดังกล่าวนั้นก็เป็นการดีอย่างหนึ่ง เพราะนิสัยแบบนั้นก็เหมาะกับคนอินเดียอยู่แล้ว

            ลองนึกภาพเถิดว่า คนอินเดียรับฝรั่งจนเกลี้ยง ลืมรากตัวเองซะหมด ตรีมูรติไม่มีเหลือในความเชื่อ พระคริสต์เข้ามาแทนที่ วรรณะก็สิ้นซาก หากเป็นอย่างนี้โกลาหลอันใดจักเกิดแก่อินเดียบ้างก็ไม่อาจจินตนาการได้

            ในแง่หนึ่งเรามองว่า การที่ กระตือรือร้นที่จะยอมรับแบบอย่างในเรื่องเกี่ยวกับความรู้และสติปัญญาของตะวันตก แต่ยังคงดำรงชีวิตตามแบบอย่างเดิมๆไม่เปลี่ยนแปลง นั่นล่ะคือกระบวนการการวิวัฒนาการ

            การวิวัฒนาการไม่ใช่จะเปลี่ยนแปลงจากสิ่งหนึ่งไปยังอีกสิ่งหนึ่งอย่างสิ้นเชิง แต่เป็นการแปลงที่ไม่เปลี่ยนไปทั้งหมด (จริงรึเปล่า? อย่าเพิ่งเชื่อ ไปปลุกดาร์วินมาถามก่อน (ถ้าคุยกันรู้เรื่องนะ))

            เมื่อเราพอจะมองเห็นแล้วว่าลักษณะแบบคนอินเดียดังที่กล่าวมานั้น เป็นการวิวัฒนาการ ดังนั้นเราก็คงจะพอมองเห็นต่อไปได้ว่า การวิวัฒนาการทางวัฒนธรรมดังกล่าวนี้ก็คือ ธรรมชาติ

            ในยุคนี้ที่ใครก็ต่างก็โหยหาธรรมชาติ ในวังวนธรรมชาตินิยม ผู้คนส่วนมากทั้งที่ตามกระแสและไตร่ตรองด้วยตนเองแล้ว มักสรุปว่า ธรรมชาติ ดีกว่า ไม่ธรรมชาติ

            ทว่าความจริงแล้ว ธรรมชาติ ดีกว่า ไม่ธรรมชาติ จริงๆรึเปล่าเราก็ไม่รู้

            ดังนั้นเราจึงไม่อาจสรุปได้ว่า

            นิสัยดังกล่าวของคนอินเดีย >>การวิวัฒนาการทางวัฒนธรรม >> ธรรมชาติ >> ดี

            แต่ทั้งนี้เราก็ยังสรุปไม่ได้ว่า

            นิสัยดังกล่าวของคนอินเดีย >>การวิวัฒนาการทางวัฒนธรรม >> ธรรมชาติ >> เลว

            เราทำได้แค่ตั้งสมมติฐาน รวบรวมข้อมูลและสถิติ คาดการณ์แนวโน้ม แล้วสังเกตต่อไป จนกว่าเราจะเห็นว่าอินเดียพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้นในทุกด้านหรือเกือบทุกด้าน

            (แล้วสังเกตต่อไป จนกว่าเราจะเห็นว่าไทยพัฒนาไปในทางที่ดีขึ้นในทุกด้านหรือเกือบทุกด้าน ซึ่งอาจไม่ใช่รุ่นเราที่ได้อยู่ดู)

            นอกจากนี้หากอินเดียดีขึ้นจริงก็ยังมีปัจจัยอื่นอีกมากมายที่ทำให้เราไม่สามารถระบุได้ว่า เพราะลักษณะนิสัยกระตือรือร้นที่จะยอมรับแบบอย่างในเรื่องเกี่ยวกับความรู้และสติปัญญาของตะวันตก แต่ยังคงดำรงชีวิตตามแบบอย่างเดิมๆไม่เปลี่ยนแปลง อินเดียจึงได้เจริญ

            คิดไปคิดมาก็น่าปวดหัว ชีวิตและสังคมมนุษย์นี่ช่างไม่สามารถกำหนดเป็นตัวแปรควบคุมแบบที่อยู่ในการทดลองทางวิทยาศาสตร์

            ...ในขณะที่คนอินเดีย กระตือรือร้นที่จะยอมรับแบบอย่างในเรื่องเกี่ยวกับความรู้และสติปัญญาของตะวันตก แต่ยังคงดำรงชีวิตตามแบบอย่างเดิมๆไม่เปลี่ยนแปลง

            ...คนไทยก็ กระตือรือร้นที่จะยอมรับแบบอย่างในเรื่องเกี่ยวกับความรู้และสติปัญญาของตะวันตก แต่ยังคงดำรงชีวิตตามแบบอย่างเดิมๆไม่เปลี่ยนแปลงในแบบของคนไทย

            เราคงต้องดูกันต่อไป ว่ามันจะ ดี, เลว, หรือ ทั้งดีทั้งเลวปนๆกัน(ดีหรือเลวในอัตราส่วนเท่าใดก็ต้องดูกันต่อไปอีก)

           

         

         

เอามาวางเทียบตรรกะแล้วมันจะดูงงงง ว่าเป็นเรื่องดีหรือเลวกันแน่
แต่ก็อย่างที่เขียนไว้นั่นล่ะ
ไม่ได้มีแค่ปัจจัยเดียวหรือเป็นเพียงแค่ตัวแปรเดียวที่กำหนดว่าแนวโน้มในอนาคตจะเป็นไปในทางที่ดีหรือเลว
(และต้องมานิยามคำว่าดีหรือเลวด้วย)

เพราะวิวัฒนาการ เข้าใจว่าในความหมายของดาร์วิน คือการปรับตัวเพื่อให้เกิดการอยู่รอด ไม่ให้สูญพันธ์ไป ซึ่งก็ไม่ได้แปลว่าดี แต่แปลว่าเปลี่ยนแปลงไปให้อยู่ต่อไปได้

. . .
003020
30 ธ.ค. 2551 เวลา 00:52 น.
^
ขอบคุณครับพี่ลิ้ม
003526
30 ธ.ค. 2551 เวลา 00:58 น.
อืม เนอะ
ทุกอย่างมันก็ต้องมีการวิวัฒน์ทั้งนั้น
เหมือนวิวัฒน์จากวิวัฒนาการวรรณคดีไทย ไปสู่วิวัฒนาการวรรณกรรมไทย ๕๕ ไม่ใช่ละ

ก็จริงนะ
จะให้รับ แล้วเปลี่ยนเลย มันก็ไม่ได้หรอก
มันต้องเลือกรับ แล้วปรับใช้สิ ถึงจะธรรมชาติ

เอ๊ะ แล้วอะไรคือความเป็นธรรมชาติล่ะ

เริ่มสับสนในตัวเองละกุ - -*
002214
30 ธ.ค. 2551 เวลา 01:04 น.
ก็สงสัยเหมือนพี่หวาย
ว่าธรรมชาติคืออะไร

รู้แต่ว่าทุกอย่างมันต้องเปลี่ยนไปเรื่อยๆ
การจะคงสภาพหนึ่งไว้ตลอดไม่ได้
ไม่ว่าจะดีหรือเลว
เหมือนทุกอย่างจะพาทั้งดีเลวมาให้เรา

ธรรมชาติการเป็นนักคิดของมนุษย์ รสนิยม ก็เป็นตัวตัดสินว่าชอบไม่ชอบ
555

ไม่เกี่ยวกันเลย
^^
004658
30 ธ.ค. 2551 เวลา 07:40 น.
หลาน

ยายลืมหนังสือ -_- '
000263
30 ธ.ค. 2551 เวลา 19:55 น.
สุขสันต์ปีใหม่ครับ
000092
2 ม.ค. 2552 เวลา 09:56 น.
ทำไปทำมา ชาวอินเดียในปัจจุบัน กลับมีลักษณะความเป็น "วิกตอเรียน" ยิ่งกว่า ชาวอังกฤษในปัจจุบันเสียอีก

000328
2 ม.ค. 2552 เวลา 11:53 น.
สวัสดีค่ะ พอดีแนน search ใน google
แล้วพบว่าใน ไดอารี่ของพี่ เขียนถึงการไปวิปัสสนาที่วัดแดนสงบอาสภาราม ก็เลยอยากจะถามว่า พี่มีเบอร์ติดต่อที่นั่นมั้ยคะ

พอดีแนนสนใจที่จะไป...รบกวนพี่ด้วยนะคะ

ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ
002261
6 ม.ค. 2552 เวลา 11:17 น.
Captcha
โปรดพิมพ์ตัวเลขที่คุณเห็นลงในช่องว่างด้านขวา
อ่านเลขชุดนี้ไม่ออก? ขอตัวเลขชุดใหม่
we are in diaryis.com family | developed by 7republic